Register entry · fad-12
ศาลหลักเมือง
Pinned by a prefix name match against OpenStreetMap.
gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·พระบรมมหาราชวัง · พระนคร
Register entry · fad-12
Pinned by a prefix name match against OpenStreetMap.
gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·พระบรมมหาราชวัง · พระนคร
The register's published coordinate for this row was too coarse to pin, so the monument was relocated onto an OpenStreetMap feature by name — the OpenStreetMap name begins with the register name.
osm:way/127290889:prefixMatch quality prefix — the OpenStreetMap name begins with the register name. Check way 127290889 on OpenStreetMap ↗Gazetted. Protection is in force under the Ancient Monuments Act, announced in the Royal Gazette:
One monument, at the precision this record actually holds. Base map © OpenStreetMap contributors.
ศาลหลักเมือง ได้รับการสถาปนา2 ครั้งครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1)ทรงสถาปนาพระนครใหม่คือ กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพิธียกเสาหลักเมืองในวันอาทิตย์ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล จุลศักราช 1144(21 เมษายน 2325)เสาหลักเมืองทำด้วยเสาไม้ชัยพฤกษ์ สูงประมาณ 108 นิ้ว ฝังลึกลงไปในดิน 79 นิ้ว ปลายเสาหัวเม็ดทรงมัณฑ์ บรรจุดวงชะตากรุงรัตนโกสินทร์ ตัวศาลเป็นศาลาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง พร้อมกันนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลประดิษฐานรูปเทพารักษ์ สำคัญสำหรับพระนครอีก3 ศาล คือ ศาลพระเสื้อเมืองศาลพระทรงเมือง และศาลพระกาฬไชยศรีในบริเวณพื้นที่ระหว่างหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามกับคลองคูเมืองเดิม (บริเวณกรมการรักษาดินแดนในปัจจุบัน)โดยในบริเวณเดียวกันนี้เองยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าเจตคุปต์หรือเจตคุก ที่หน้าคุกของกรมพระนครบาลและศาลเจ้าหอกลอง ที่หน้าหอกลองประจำเมืองหลักเมืองในสมัยต้นนี้ มีแต่เสาหลักเมืองอย่างเดียวไม่ได้มีสิ่งก่อสร้างปกคลุมเหมือนอย่างทุกวันนี้ ปลูกเป็นศาลาไว้พอกันแดดกันฝนเท่านั้น และ ไม่มีเทวดาต่างๆ เข้าร่วมอยู่เหมือนปัจจุบัน ถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีการสถาปนาหลักเมืองเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากหลักเมืองเดิมเกิดชำรุดประกอบกับตรวจดวงชะตาของพระองค์ ซึ่งสถิตอยู่ ณ ราศีกันย์ เป็นอริแก่ลัคนาดวงเมืองกรุงรัตนโกสินทร์ จึงทรงแก้เคล็ดดวงเมือง โดยโปรดให้ขุดเสาหลักเมืองเดิมขึ้นจัดทำเสาหลักเมืองใหม่ และทรงบรรจุดวงพระชะตาเสียใหม่ ณ วันอาทิตย์ เดือน 1 แรม 9 ค่ำ จุลศักราช 1214(วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2395) เป็นพระฤกษ์บรรจุดวงพระชะตาพระนครลงในแผ่นทองคำหนัก 1 บาท แผ่กว้าง 5 นิ้ว ทำพิธีจารึกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามแล้วพระยาโหราธิบดีอัญเชิญมาบรรจุที่หลักเมือง ส่วนตัวศาลซ่อมแปลงเป็นมณฑปจัตุรมุขยอดปรางค์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ศาลหลักเมืองใช้เป็นที่ประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและบวงสรวงเทวดา ดังปรากฏในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 5 ฉบับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า เมื่อคราวที่พระองค์ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณราชประเพณีได้ทรงพระราชอุทิศเครื่องพลีกรรมให้พนักงานเชิญไปบวงสรวงเทวดาศาลหลักเมืองอันเป็นหนึ่งในเทวสถานที่ต่างๆ 15 แห่งเหล่านั้นด้วย และอีกครั้งในปีพ.ศ. 2425 เมื่อคราวงานสมโภชพระนครครบร้อยปีส่วนศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระ-ทรงเมือง ศาลพระกาฬไชยศรี ศาลเจ้าเจตคุปต์และศาลเจ้าหอกลองถูกรื้อลงในรัชกาลนี้ด้วย ทรงปรับปรุงพระนครครั้งใหญ่ มีการสร้างสถานที่ราชการและตัดขยายถนนเพิ่มโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญเทวรูปทั้งหมดมาประดิษฐานรวมกันไว้ที่ศาลหลักเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวปรากฏหลักฐานจากเอกสารหอจดหมายเหตุ เรื่อง รูปเทพารักษ์สำหรับพระนครและรูปหลักเมือง ระบุว่าศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ที่ประชาชนเคารพนับถือบูชามีประชาชนเข้ามากราบไหว้ทุกวัน สภาพของศาลพออยู่เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังอยู่ในความดูแลของกระทรวงกลาโหม มีกรมยกกระบัตรทัพบกเป็นเจ้าหน้าที่รักษาศาล ในสมัยรัชกาลที่ 7 ศาลหลักเมืองมีสภาพทรุดโทรมลง บริเวณภายนอกสกปรกรกรุงรังไม่เป็นระเบียบ ส่วนหลักเมืองนั้นยังดูดีและมั่นคงอยู่เมื่อจะมีงานสมโภชหลักเมืองในคราวพระราชพิธีเฉลิมกรุงเทพมหานครอันประดิษฐานมาครบ 150 ปี ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2475การซ่อมแซมคงทำเพียงแค่ทาปูนและรักษาความสะอาดรวมถึงสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้แก่ศาลหลักเมืองและยังมิได้บูรณะปรับปรุงสิ่งใด ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯมีการปรับปรุงบูรณะสิ่งชำรุดทรุดโทรมทั้งภายนอกและภายในอาคารศาลหลักเมือง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2492 เรื่อยมา ปัจจุบันศาลหลักเมืองอยู่ในอาณาบริเวณของกระทรวงกลาโหม กรมเชื้อเพลิงได้รับมอบหมายให้ดูแลตั้งแต่พ.ศ. 2480 ต่อมากรมเชื้อเพลิงถูกยุบภายหลังสงครามโลกครั้งที่2 กระทรวงกลาโหมจึงมอบให้องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นผู้ดูแลตั้งแต่ พ.ศ. 2491 เป็นต้นมา ที่มา1. ศิลปากร, กรม.กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. จดหมายเหตุการณ์อนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์.กรุงเทพฯ,2525. 2. ศิลปากร, กรม.กองจดหมายเหตุแห่งชาติ.จดหมายเหตุการณ์ปรับปรุงศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พุทธศักราช 2325-2529. กรุงเทพฯ, โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก, 2531.
1.ศาลหลักเมืองเป็นอาคารรูปยอดปรางค์ย่อมุมห้ามีนาคปักสร้างขึ้นใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากศาล หลักเมืองหลังเดิมชำรุดมาก โดยสร้างขึ้นใหม่เป็นแบบยอดปรางค์ตามอย่างศาลที่พระนครศรีอยุธยาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์อีกครั้ง ในปีพ.ศ. 2525-2529ฐานรากและโครงสร้างอาคารเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรมุขมีมุขยื่นออกมาโดยรอบฐานอาคารเป็นฐานปัทม์เตี้ยยกพื้น มีบันไดขึ้น 3 ขั้นหลังคามุขซ้อน 2 ชั้น ซ้อนมุขเล็กอีก 1 ชั้น มีหลังคาปีกนกยกสันตะเข้คลุมโดยรอบ มุงด้วยกระเบื้องกาบูดินเผาเคลือบสีด่อน สันหลังคา หลบสันหลังคาและข้างกระเบื้องฉาบปูนตำขาว คอสองทำบัวฉาบปูนตำขาว เชิงชายคอนกรีตเสริมเหล็กฉาบปูนทาสีแดง เครื่องยอดองค์ปรางค์ย่อมุมยี่สิบซ้อนลดหลั่นกัน 7 ชั้น รอบรับชั้นรัดตะคดซึ่งมีลักษณะเป็นฝักข้าวโพดประดับชั้นของกลีบขนุน ประดับกระเบื้องเคลือบสีด่อน ฐานปรางค์ทำบัวฉาบปูนตำขาว ส่วนยอดสุดปักนภศูลปิดทอง หันหน้าอาคารไปทางทิศใต้มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวอาคาร บันได กำแพง เป็นหินอ่อน หน้าบันทั้งสามประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลวดลายพันธุ์พฤกษาใบระกา ช่อฟ้ามีลักษณะเป็นหัวนกเจ่า ประดับกระเบื้องสีพื้นหน้าจั่วหลังคาชั้นในประดับกระเบื้องเคลือบรูปสามเหลี่ยมตรงกลางสีเขียวขอบเหลืองเรียงต่อกันเต็มพื้นที่พื้นหน้าจั่วหลังคาชั้นนอกและมุขเล็กประดับกระเบื้องเคลือบรูปสามเหลี่ยมตรงกลางสีเขียวขอบสีเหลืองเรียงต่อกันเต็มพื้นที่ ตกแต่งลวดลายด้วยกระเบื้องเคลือบสีลายเถาดอกพุดตาน สีแดง ม่วง น้ำเงิน เหลือง ฝ้าเพดานเป็นคอนกรีตฉาบปูนทาสีแดง ตกแต่งกรอบแว่นไม้สักทำบัวปิดทอง ประดับอกเลาไม้สักประดับลายปิดทอง มุมกรอบแว่นย่อมุม ประดับไม้สักแกะสลักลายดาว ดอกจอกปิดทองประดับกระจก ภายในกรอบแว่นตรงมุมประดับลายค้างคาวปิดทอง ตรงกลางกรอบแว่นประดับดาวเพดานไม้สักแกะสลักลายปิดทองประดับกระจก ขื่อทาสีแดงประดับลายประจำยามปิดทอง ผนังคอสองพื้นทาสีครีมเขียนสีฝุ่นลายเฟื่องอุบะ ตรงกลางดาวเพดานมุขทั้งสี่ด้านประดับด้วยดวงไฟมุขละ 2 ดวงตรงกลางอาคารประดิษฐานเสาหลักเมือง ด้านหน้าคือเสาหลักเมืองต้นใหม่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านหลังคือเสาหลักเมืองต้นเดิมตั้งแต่ครั้งสมัยรัชกาลที่ 1ที่มุมด้านหนึ่งมีตู้แสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้จากการบูรณปฏิสังขรณ์ศาลหลักเมืองเมื่อปีพ.ศ. 2525 สิ่งของที่พบได้แก่ ด้านล่างสุดของตู้เป็นส่วนฐานของเสาหลักเมืองต้นเดิมกระดูกเขี้ยวสัตว์ชิ้นส่วนกระเบื้องมุงหลังคา ชิ้นส่วนเหล็กเศียรเทวรูป ตุ๊กตาดินเผารูปคนและรูปสัตว์ชำรุด เปลือกหอยมุก ลูกปืนใหญ่ แท่นฝนหมึก เป็นต้นภายในมีภาพเขียนสีรูปเทวดาเหนือกรอบประตู บานประตูลายรดน้ำภาพเซี่ยวกาง ซุ้มประตูเป็นซุ้มบันแถลงปูนปั้นปิดทองประดับกระจกตัวบานด้านนอกเขียนลายรดน้ำรูปเซี่ยวกาง ตัวบานด้านในเขียนลายรดน้ำรูปทวารบาลประตูเปิดปิดได้ทั้งสี่ด้านภายในตัวมณฑปด้านทิศเหนือ เดิมได้ถูกจัดสร้างเป็นซุ้มสำหรับประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 คือ เจ้าพ่อหอกลอง, เจ้าพ่อเจตคุปต์, พระเสื้อเมือง, พระทรงเมือง, และพระกาฬไชยศรี โดยมีเสาหลักเมืองในรัชกาลที่ 4 ตั้งอยู่ด้านหน้า และเสาหลักเมืองในรัชกาลที่ 1 ตั้งอยู่ทางช่องประตูมุขขวา ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการปรับปรุงพระนครครั้งใหญ่ มีการสร้างสถานที่ราชการและขยายถนนเพิ่มขึ้น จึงย้ายเทพารักษ์ทั้ง 5 จากที่เดิมมาประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมืองมีการสร้างศาลประดิษฐานเทพารักษ์ทั้ง 5 ขึ้นใหม่ใกล้กับประตูทางเข้าด้านถนนหลักเมือง 2. ศาลเทพารักษ์ เป็นที่ประดิษฐานเทพารักษ์สำคัญสำหรับพระนคร ทำหน้าที่ดูแลรักษาพระนครและประเทศชาติ ซึ่งพระมหา กษัตริย์ และประชาชนให้ความเคารพนับถือมาแต่โบราณกาลว่าสามารถอำนวยความสุขสวัสดีพิพัฒนมงคล ป้องกันภัยพาลพิบัติอุปัทวทุกข์ทุกประการแก่ผู้เคารพบูชาเทพารักษ์ทั้ง 5เป็น ฝีมือช่างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นเทพารักษ์ 4องค์เป็นเทพารักษ์หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปิดทอง ส่วนอีกองค์หนึ่งรูปเทพารักษ์ไม้แกะสลักปิดทอง เทพารักษ์ทั้ง 5 องค์นี้ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ เจ้าพ่อหอกลอง
ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ เมื่อคราวฉลองสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
This monument falls inside Bangkok · Historic Core, one of two generated Minecraft worlds, so it has a block coordinate as well as a geographic one.
/tp 1634 -50 1501
Download the world ↗ · one of 105 register monuments standing in it.
Straight-line distance between recorded positions. Only the 311 pinned entries can appear here; the unpinned ones may well be closer.
กรมศิลปากร [Fine Arts Department]. ศาลหลักเมือง (register id fad-12). ข้อมูลบัญชีตำแหน่งโบราณสถาน [Data set], retrieved 2026-08-10. Relocated and published by BKKx. https://bkk.nonarkara.org/heritage/fad-12141 entries sit in พระนคร · back to the register, mapped · every dataset behind this page