BKKxC(ulture)

Register entry · fad-6

วัดราชประดิษฐสถิตย์มหาสีมาราม

Pinned by a fuzzy name match against OpenStreetMap.

gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·ถนนราชินี · พระบรมมหาราชวัง · พระนคร

How this record was located

The register's published coordinate for this row was too coarse to pin, so the monument was relocated onto an OpenStreetMap feature by name — the names are close but not identical — worth checking before you cite the position.

Precision held
buildingBuilding precision — the coordinate names a structure, not a neighbourhood.
Method
osm:way/342337807:fuzzyMatch quality fuzzythe names are close but not identical — worth checking before you cite the position. Check way 342337807 on OpenStreetMap ↗
Coordinate
13.749539, 100.495618WGS 84. Cite this position at the precision above, not beyond it.
Source dataset
กรมศิลปากร — ข้อมูลบัญชีตำแหน่งโบราณสถานFine Arts Department — registered ancient monument positions · Creative Commons Attribution · retrieved 2026-08-10 · data.go.th ↗
Position attribution
© OpenStreetMap contributors, ODbL 1.0The register supplies the monument and its status; OpenStreetMap supplies where this one sits.

Legal status

Gazetted. Protection is in force under the Ancient Monuments Act, announced in the Royal Gazette:

เล่ม · Volume
66
ตอน · Part
64
วันที่ · Date
22/11/1949
เรื่อง · Topic
การกำหนดบัญชีโบราณวัตถุสถาน

Where it stands

One monument, at the precision this record actually holds. Base map © OpenStreetMap contributors.

What the register records

ประวัติ · History

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างอุทิศถวายแก่พระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติกนิกายเพื่อให้ต้องตามราชประเพณีโบราณที่ต้องมีวัดสำคัญประจำราชธานี 3 วัดได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และวัดราชประดิษฐ์การก่อสร้างใช้เวลาประมาณ 9 เดือนเศษเดิมพระราชทานนามไว้ก่อนสร้างวัดว่า วัดราชประดิษฐสถิตธรรมยุติการาม นับว่าเป็นวัดแรกของคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ได้สร้างขึ้นมาโดยมิได้ดัดแปลงมาจากวัดของคณะสงฆ์มหานิกายเมื่อสร้างเสร็จแล้วจึงเปลี่ยนเป็น วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม ต่อมาในสมัยรัชกาลที่5 ทรงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ทั้งพระอารามและแบ่งพระบรมอัฐิรัชกาลี่4 บรรจุในพระพุทธอาสน์พระประธานในพระวิหารหลวงต่อมาในสมัยรัชกาลที่6 ทรงบูรณะอีกครั้งหนึ่งและโปรดฯให้สร้างหอไตรขึ้นใหม่ด้วย

ศิลปกรรม · Art and architecture

รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ 1. พระวิหารหลวง หรือ พระอุโบสถ ตั้งอยู่บนฐานสูง มีสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูนแบบทรงไทย ตัวพระวิหารมีมุขด้านหน้าและหลัง มีเสาหานรองรับชายคาระเบียงโดยรอบ ผนังภายนอกประดับด้วยหินอ่อน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสี ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกาซึ่งลงรักปิดทองประดับกระจก หน้าบันหน้าหลังเป็นรูปพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวลงรักปิดทองผนังด้านหลังพระวิหารมีซุ้มศิลาจารึกประกาศในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงการสร้างวัดถวายพระสงฆ์คณะธรรมยุติกนิกาย ฉบับล่างประกาศผูกพัทธสีมาวัด พ.ศ. 2408 ภายในพระวิหาร มีบุษบก 3 ยอด อยู่เหนือฐานชุกชี บุษบกองค์กลางประดิษฐาน พระพุทธสิหังคปฏิมากร เหนือบานประตูหน้าต่างด้านในพระวิหาร มีแผ่นหินอ่อนจารึกพุทธภาษิต 2. ปาสาณเจดีย์มีสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูน เป็นเจดีย์ทรงกลมฐานสี่เหลี่ยม ประดับด้วยกระเบื้องหินอ่อนทั้งองค์ ด้านหน้าเจดีย์มีรูปหล่อโลหะของสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทว) ขนาดเท่าองค์จริง ในท่านั่งแสดงพระธรรมเทศนา ประดิษฐานภายในซุ้ม 3.ปรางค์ขอม เป็นปราสาทยอดปรางค์ทรงขอม อยู่บนฐานไพทีด้านหลังพระวิหาร ถัดจากพระเจดีย์ออกไป เป็นปราสาทก่ออิฐถือปูน ทรงสี่เหลี่ยมภายในบรรจุพระอังคารของสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทว) สรีรังคารของพระศาสนโสภณ (อ่อน อหิโก)และสรีรังคารของพระพรหมมุนี (แย้ม อุปวิกาโส) 4. หอไตร ตั้งอยู่บนฐานไพทีด้านตะวันออกของพระวิหารหลวง ลักษณะเป็นปราสาทยอดปรางค์แบบขอม ตัวปราสาทก่ออิฐถือปูน หน้าบันซุ้มประดับด้วยลายปูนปั้นภาพพุทธประวัติปางประสูติและปรินิพพาน ปราสาทหลังเดิมสร้างพร้อมกับวัด ต่อมาเครื่องบนซึ่งเป็นไม้ชำรุดทรุดโทรมลงมาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้รื้อสร้างใหม่ ภายในเป็นที่เก็บพระไตรปิฎก 5. ศาลาการเปรียญ อยู่ทางตะวันตกของพระวิหารเป็นอาคารคอนกรีตสูงชั้นเดียว ลักษณะแบบโบสถ์เล็ก ๆ ของกรีกโบราณ เพดานประดับด้วยดวงตราประจำรัชกาลที่ 4 ปัจจุบันใช้เป็นห้องสมุดวัด 6. หอพระจอม ตั้งอยู่บนฐานไพทีด้านตะวันตกของพระวิหาร มีลักษณะและสัดส่วนเช่นเดียวกับหอไตร แต่ยอดปรางค์เป็นรูปพรหมสี่หน้า หน้าบันมีซุ้มลายปูนปั้น ภายในปรางค์ประดิษฐานพระบรมรูปยืนเต็มพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 6. หอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตเป็นทรงมณฑปจตุรมุขยอดมงกุฎ มีลวดลายปูนปั้นประดับกระจก และกระเบื้องเคลือบสีต่าง ๆ ทั้งหลัง ภายในแขวนระฆัง 2 ขนาด คือ ขนาดใหญ่ 1 ใบ เล็ก 1 ใบ 7. ต้นนิโครธ เป็นต้นไทรซึ่งอยู่ในเขตสังฆาวาส อยู่ติดกำแพงเสมา 8. แท่นศิลา 9. มหาสีมา มีการกำหนดเขตสีมากว้างใหญ่ โดยมีเสาหินปักแสดงแนวเขตไว้ เป็นมหาเสมาที่ทำเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวละเลียดขึ้นไปตามแนวความสูงของ กำแพง ส่วนปลายสลักด้วยหินแกรนิตเป็นรูปแท่งสี่เหลี่ยม บริเวณตัวแท่งนั้นสลักจารึกการประดิษฐานและตำแหน่งของทิศ (การสร้างมหาเสมาโดยแบบที่ไม่ปรากฏขัณฑเสมาและสีมันตริก เป็นเพียงมหาเสมาเพียงอย่างเดียว พบที่วัดราชประดิษฐ์ฯ เท่านั้น) 10. ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว ซุ้มประตูและหน้าต่างประดับด้วยรูปมงกุฏปูนปั้น ตัวบานประตูและหน้าต่างทำด้วยไม้สักแกะสลักเป็นลายก้านแย่งซ้อนกันสองชั้น ลงรักปิดทองติดกระจกสีหมดทุกรายการ 11. พระที่นั่งทรงธรรม 12. พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (สา) ตั้งเยื้องกับหอระฆัง ภายในมีภาพสีน้ำมัน เป็นรูปพระเจดีย์จุฬามณี เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุส่วนหนึ่ง 13. กุฏิสงฆ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบทรงไทยผสมจีน โครงสร้างก่ออิฐถือปูน พื้นไม้สัก หลังคามุงกระเบื้อง

สภาพปัจจุบัน · Present condition

3. พระระเบียง สร้างในรัชกาลที่ 3 ล้อมรอบพระวิหารศรีศากยมุนี ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง รวม 156 องค์ กึ่งกลางพระระเบียงแต่ละด้านมีประตูเข้าออก 1 บาน บานประตูด้านนอกเขียนลายรดน้ำ ด้านในเขียนภาพทวารบาล ผนังด้านในเขียนสีเป็นลายดอกไม้ร่วงสลับกับนกบิน 4. ซุ้มประตูระเบียงคต 5. ศาลาโถง 6. กำแพงแก้วพระวิหาร 7. ศาลาลอย อยู่ชิดแนวกำแพงด้านทิศเหนือ หน้าพระวิหารรวม 4 หลัง สร้างในรัชกาลที่ 4 สร้างในรัชกาลที่ 4 เคยใช้เป็นสถานที่ประทับทอดพระเนตรการโล้ชิงช้าของพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศานุวงศ์ และใช้เป็นพลับพลาเปลื้องเครื่อง ต่อมาเมื่อเลิกพิธีโล้ชิงช้าแล้ว ใช้เป็นสถานที่ศึกษาภาษาบาลีของพระภิกษุสามเณร 8. เกย 9. ซุ้มประตูกำแพงแก้วพระอุโบสถ 10. ศาลารายด้านทิศใต้พระอุโบสถ มี 4 หลัง ภายในมีแผ่นศิลาสีดำสลักภาพชาดกต่าง ๆ และมีสุภาษิตอธิบายชาดกนั้น ๆ ด้วย ปัจจุบันทางวัดใช้ศาลาทั้ง 4 หลังเป็นสถานที่ศึกษา เขตสังฆาวาส ประกอบด้วยกุฎิเสนาสนะ ศาลาการเปรียญ หอระฆัง และศาลาราย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 ทั้งสิ้น กุฎิเสนาสนีลักษณะเป็นตึกหลังคาทรงไทย วางผังแบ่งเป็นคณะ ๆ ที่สำคัญคือตำหนักสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) 11. สัตตมหาสถาน หมายถึงสถานที่สำคัญ 7 แห่ง ซึ่งพระพุทธเจ้าประทับหลังจากตรัสรู้แล้ว คือ พระศรีมหาโพธิ์ อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรมเจดีย์ รัตนฆรเจดีย์ อชปาลนิโครธ มุจลินท์ และราชายนตนะ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างจำลองสัตตมหาสถานในบริเวณทิศตะวันออกของพระวิหาร (ด้านถนนอุณากรรณ) ในรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ใช้บริเวณสัตตมหาสถานนี้เป็นถานที่เวียนเทียนในวันวิสาขบูชา มีการตกแต่งสถานที่ด้วยพระพุทธรูป ประทีป ธงทิวต่าง ๆ มีโต๊ะหมู่ของพระราชาคณะฐานาเปรียญทั้งหลายตั้งเป็นพุทธบูชา ตลอดจนรับเสด็จพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนอุณากรรณทางวัดได้สร้างกำแพงดินติดกับบริเวณสัตตมหาสถานมาก พิธีเวียนเทียนจึงต้องย้ายไปจัดในบริเวณรอบพระวิหาร 12. ศาลาเปลื้องเครื่อง 13. ซุ้มประตูกำแพงวัด 14. เครื่องศิลา 15. เสาศิลา 16. ซุ้มประตูทางเข้าสังฆวาส 17. หอระฆัง อยู่ระหว่างศาลารายทางทิศตะวันออกของศาลาการเปรียญ เป็นอาคารทรงแปดเหลี่ยมก่ออิฐถือปูน หลังคาเหมือนป้อมแบบยุโรป ภายในมีบันไดเวียนขึ้นข้างบน ผนังตอนบนเจาะเป็นซุ้มโปร่งทุกด้านเพื่อให้มองเห็นระฆัง 18. ศาลาการเปรียญ อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเขตสังฆาวาส สร้างเมื่อพุทธศักราช 2387 เป็นอาคารทรงไทยที่มีลักษณะงดงาม โดยเฉพาะลวดลายปูนปั้นที่หน้าบันและปั้นลม พระพุทธรูปประธานในศาลาการเปรียญคือ “พระพุทธเสรฎฐมุนี” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้หล่อด้วยทองเหลืองกลักผิ่นที่จับมาทำลายเมื่อพุทธศักราช 2382 ขนาดหน้าตักกว้าง 1 ศอก 1 คืบ 1 นิ้ว รอบศาลาการเปรียญมีศาลารายล้อมรอบ 6 หลัง 19. ศาลารายรอบศาลาการเปรียญ 20. ซุ้มประตูทางเข้าศาลาการเปรียญ 21. หอไตร 22. ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช อยู่ในบริเวณกุฎิคณะที่ 6 อันประกอบด้วยกุฎิหลายหลัง แต่ส่วนที่เป็นตำหนักสมเด็จพระสังฆราชน้น มีอาคารสำคัญเพียง 2 หลัง คืออาคารด้านทิศเหนือและอาคารที่เรียกว่าหอไตร พระตำหนักที่ประทับ เป็นตึกชั้นเดียว ปัจจุบันใช้เก็บสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทว) เช่น เตียง ตาลปัตร บาตร ย่าม โต๊ะหมู่ เครื่องลายคราม เครื่องแก้วเจียระไน และสิ่งที่ได้รับพระราชทาน เป็นต้น อาคารหอไตร เป็นตึก 3 ชั้น ชั้นที่ 1 เรียกว่าห้องใต้ตำหนัก ชั้นที่ 2 ใช้เก็บสิ่งของมีค่า เช่นตู้ไม้สลักปิดทอง และเครื่องลายคราม เป็นต้น ชั้นที่ 3 หน้ามุขเก็บสิ่งของของสมเด็จพระวนรัต (แดง) อุปัชฌาจารย์ของสมเด็จพระสังฆราช ห้องทางทิศหนือเก็บพระพุทธรูปสำคัญและเครื่องแก้วเจียระไน พระพุทธรูปสำคัญคือ “หลวงพ่อดำ” เป็นพระพุทธรูปสมัยเชียงแสนรุ่นแรก ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงได้มาจากวัดไตรมิตรวิทยาราม 23. บ่อน้ำ 24. กุฏิสงฆ์ 25. หอกรรมฐาน 26. เขามอ ได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี

You can walk to it

This monument falls inside Bangkok · Historic Core, one of two generated Minecraft worlds, so it has a block coordinate as well as a geographic one.

/tp 1806 -50 1837

Download the world ↗ · one of 105 register monuments standing in it.

Nearest pinned monuments

  1. 74 mอนุสาวรีย์หมูgazetted · พระนคร
  2. 81 mสะพานปีกุนgazetted · พระนคร
  3. 129 mพระราชวังสราญรมย์ (กระทรวงการต่างประเทศเดิม)gazetted · พระนคร
  4. 156 mสะพานหกgazetted · พระนคร
  5. 170 mคลองหลอดวัดราชบพิธawaiting consideration · พระนคร

Straight-line distance between recorded positions. Only the 311 pinned entries can appear here; the unpinned ones may well be closer.

Cite this record

กรมศิลปากร [Fine Arts Department]. วัดราชประดิษฐสถิตย์มหาสีมาราม (register id fad-6). ข้อมูลบัญชีตำแหน่งโบราณสถาน [Data set], retrieved 2026-08-10. Relocated and published by BKKx. https://bkk.nonarkara.org/heritage/fad-6

141 entries sit in พระนคร · back to the register, mapped · every dataset behind this page