Register entry · fad-9
วัดสระเกศ
Pinned by an exact name match against OpenStreetMap.
gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·บ้านบาตร · ป้อมปราบศัตรูพ่าย
Register entry · fad-9
Pinned by an exact name match against OpenStreetMap.
gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·บ้านบาตร · ป้อมปราบศัตรูพ่าย
The register's published coordinate for this row was too coarse to pin, so the monument was relocated onto an OpenStreetMap feature by name — the register name and the OpenStreetMap name are the same string.
osm:way/88359228:exactMatch quality exact — the register name and the OpenStreetMap name are the same string. Check way 88359228 on OpenStreetMap ↗Gazetted. Protection is in force under the Ancient Monuments Act, announced in the Royal Gazette:
One monument, at the precision this record actually holds. Base map © OpenStreetMap contributors.
วัดสระเกศเดิมชื่อ วัดสะแก สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงปฏสังขรณ์ และเปลี่ยนนามวัดใหม่ว่า วัดสระเกศ ตามตำนานกล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้เคยเสด็จมาสรงพระมูรธาภิเษกตามประเพณีที่วัดนี้ก่อนเสด็จเข้าพระนคร จึงพระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า วัดสระเกศ แต่บางตำนานก็เล่าสืบกันมาว่ารัชกาลที่ 1 เสด็จกลับจากเมืองเขมรเมื่อมาถึงวัดสะแกได้ประทับทำพิธีพระกระยาสนานเมื่อเสร็จพิธีแล้วต่อมาภายหลังได้โปรดฯ ให้ถมสระน้ำที่สรงนั้นเสียแล้วสร้างศาลาการเปรียญขึ้นตรงนั้น ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของกุฏิหมู่ใหญ่ปัจจุบันนี้ แต่ในตำนานของวัดสระเกศได้กล่าวว่าเมื่อปีขาล พ.ศ.2325 เกิดจราจลขึ้นในกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชขณะนั้นดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้เสด็จกลับจากสงครามกัมพูชา และได้ประทับสรงมูรธาภิเษกที่วัดสะแกก่อนเ มื่อวันเสาร์ เดือน 5 แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ.2325 ในสมัยรัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์วัดนี้ และโปรดฯ ให้สร้างพระบรมบรรพตหรือภูเขาทองขึ้น และรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเจดีย์บนยอดภูเขาทองแต่ไม่สำเร็จ มาเสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ 5 ในรัชกาลนี้อุปราชแห่งประเทศอินเดียส่งพระบรมสารีริกธาตุซึ่งพบที่เมืองกบิลพัสดุ์เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวายจึงโปรดให้มีการสมโภช และอันเชิญไปประดิษฐานไว้ในเจดีย์บนยอดพระบรมบรรพต ที่มากรมศิลปากร. กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. จดหมายเหตุการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ กรม, 2525.
1.พระอัฏฐารส 2.พระพุทธรูปปางมารวิชัย 3.พระพุทธรูปหล่อ 2 องค์ ในพระวิหาร 4.ภาพเขียนในพระอุโบสถ 5.พระพุทธรูปหล่อในพระระเบียงพระอุโบสถ 6.พระพุทธรูปหล่อ 3 องค์ ในซุ้มพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุบนภูเขาทอง รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ 1-5)1.พระอุโบสถหรือด้านหน้าพระอารามตั้งอยู่ภายในกำแพงแก้วต่อเนื่องกับพระวิหารมีพระระเบียงล้อมรอบ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสร้างพระอุโบสถมีลักษณะงดงามมากโดยเฉพาะหน้าบันแกะสลักปิดทองประดับกระจกภาพนารายณ์ทรงครุฑและซุ้มประตูหน้าต่างซึ่งมีบานเขียนลายรดน้ำทั้งหมดผนังภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมของเดิมวาดไว้ครั้งรัชกาลที่ 3 ต่อมาเมื่อปฎิสังขรณ์ใหม่ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ลบเขียนใหม่โดยแบ่ผนังด้านข้างออกเป็น 2 ส่วนตอนบนเขียนภาพเทพยดา ตอนล่างเขียนภาพทศชาติ ผนังด้านหน้าพระประธานเขียนภาพมารผจญผนังด้านหลังเขียนภาพไตรภูมิรอบพระอุโบสถมีซุ้มเสมาตั้งประจำทั้ง 8 ทิศซุ้มมีลักษณะแบบกูบช้างหรือซุ้มหน้านางประดับด้วยกระเบื้องใบเสมาเป็นเสมาคู่ สลักด้วยศิลาประดับกระจกสีซุ้มเสมาของวัดสระเกศนี้มีลักษณะงดงามและได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่างทางศิลปดังที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสทรงสรรเสริญไว้ว่า ซุ้มพัทธสีมาวัดสระเกศวิจิตรสวยงามมากควรถือเป็นแบบอย่างได้ 2.พระระเบียงคดตั้งอยู่รอบพระอุโบสถมีซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 163 องค์มีทั้งพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะและพระพุทธรูปปูนปั้นให้ได้ขนาดกันสันนิษฐานว่า พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้นำมาประดิษฐานในคราวบูรณะครั้งใหญ่ในรัชกาล 3.พระวิหารสร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 ขนาด 2 ห้องบานประตูหน้าต่างเป็นไม้แกะสลัก ห้องด้านตะวันออกประดิษฐานพระอัฎฐารส เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย หล่อด้วยสำริด มีขนาดใหญ่ หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาจากวัดวิหารทอง จังหวัดพิษณุโลกสันนิษฐานว่าอัญเชิญมาคราวเดียวกับสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ อัญเชิญพระพุทธชินสีห์มาไว้ที่วัดบวรนิเวศเมื่อพุทธศักราช 2372พระอัฎฐารสองค์นี้มีนามเต็มว่า พระอัฎฐารส ศรีสุคต ทศพลญาณบพิตรอีกห้องหนึ่ง มีฝากั้นก่ออิฐถือปูนมีประตูติดต่อถึงกันได้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อปิดทองปางมารวิชัยหันพระพักตร์ไปทางทิศใต้มีอักษรจารึกพระนามบนแผ่นหินอ่อนว่า หลวงพ่อดุสิต พระพุทธรูปองค์นี้เดิมเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดดุสิต เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างพระราชวังดุสิตนั้น เขตพระราชฐานรวมพื้นที่วัดไว้ด้วย 2 วัด คือวัดเบญจมบพิตรและวัดดุสิตทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้อัญเชิญพระพุทธรูปจากวัดดุสิตมาที่วัดสระเกศและเมื่อสร้างพระราชวังแล้ว ได้โปรดให้สร้างวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ขึ้นแทนวัดทั้งสองที่ถูกรื้อบนฐานชุกชีของหลวงพ่อดุสิต มีพระอัครสาวกประดิษฐานอยู่ข้างละ 1 องค์
4. วิหารคต 5. ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว 6. บรมบรรพต พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง)สร้างตามกระแสพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ขณะเป็นพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษาเป็นแม่กองก่อสร้างกำหนดให้เป็นพระปรางค์มีฐานย่อมุมไม้สิบสอง แต่สร้างไม่สำเร็จในรัชกาล ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนแบบจากเดิมเป็นภูเขา ก่อพระเจดีย์ไว้บนยอดโดยมีพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) เป็นแม่กองเสด็จไปทรงวางศิลาฤกษ์ในเดือน 6 พุทธศักราช 2408 พระราชทานนามว่า บรมบรรพต 7. ต้นโพธิ์ลังกาอยู่ด้านนอกพระระเบียงคณะสมณฑูตไทยครั้งรัชกาลที่ 2 ได้มาจากเมืองอนุราธปุระเมื่อพุทธศักราช 2357 เป็นพันธุ์ของพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาอิศรสุนทรพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้นำไปปลูกที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ต้นหนึ่ง และปลูกที่วัดสระเกศนี้ต้นหนึ่ง 8. พระตำหนักรัชกาลที่ 1 พระตำหนักตั้งอยู่ใกล้กับหอไตรเป็นห้องโถงขนาด 7 ห้องมีฝากั้นเป็น 2 ส่วน ฝาที่กั้นมีลายแกะสลักอย่างงดงามเดิมเป็นกุฎิเจ้าอาวาส กล่าวกันว่าเป็นพระตำหนักที่พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้สร้างขึ้น ณ ที่พลับพลาสรงมุรธาภิเษก 9. หอไตร ตั้งอยู่ในเขตสังฆาวาสคณะ 10 ด้านใต้ของพระบรมบรรพต สร้างในรัชกาลที่ 1 เดิมอยู่กลางสระน้ำภายหลังได้ถมสระและเทปูนปูพื้นด้วยกระเบื้องซีเมนต์หอไตรสร้างด้วยไม้ มีเฉลียงรอบหลังคามุงกระเบื้องติดช่อฟ้าใบระกาบานประตูหน้าต่างแกะสลัก เคยได้รับการบูรณะในรัชกาลที่ 3 ครั้งหนึ่ง หอพระไตรปิฎกนี้เคยเป็นสิ่งก่อสร้างชิ้นเดียวในรัชกาลที่ 1 ที่ยังคงอยู่โดยไม่มีการบูรณะเพิ่มเติม 10. ศาลาการเปรียญ 11. ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช 12. บ่อน้ำ ได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี
This monument falls inside Bangkok · Historic Core, one of two generated Minecraft worlds, so it has a block coordinate as well as a geographic one.
/tp 3002 -50 1358
Download the world ↗ · one of 105 register monuments standing in it.
Straight-line distance between recorded positions. Only the 311 pinned entries can appear here; the unpinned ones may well be closer.
กรมศิลปากร [Fine Arts Department]. วัดสระเกศ (register id fad-9). ข้อมูลบัญชีตำแหน่งโบราณสถาน [Data set], retrieved 2026-08-10. Relocated and published by BKKx. https://bkk.nonarkara.org/heritage/fad-940 entries sit in ป้อมปราบศัตรูพ่าย · back to the register, mapped · every dataset behind this page