Register entry · fad-39
วัดราชนัดดาราม
Pinned by an exact name match against OpenStreetMap.
gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·ถนนมหาชัย · บวรนิเวศ · พระนคร
Register entry · fad-39
Pinned by an exact name match against OpenStreetMap.
gazetted·ขึ้นทะเบียนแล้ว·ถนนมหาชัย · บวรนิเวศ · พระนคร
The register's published coordinate for this row was too coarse to pin, so the monument was relocated onto an OpenStreetMap feature by name — the register name and the OpenStreetMap name are the same string.
osm:way/103022363:exactMatch quality exact — the register name and the OpenStreetMap name are the same string. Check way 103022363 on OpenStreetMap ↗Gazetted. Protection is in force under the Ancient Monuments Act, announced in the Royal Gazette:
One monument, at the precision this record actually holds. Base map © OpenStreetMap contributors.
วัดราชนัดดารามวรวิหาร มีฐานะเป็นพระอารามชั้นตรี ชนิดวรวิหาร พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราช (บุนนาค) อธิบดีกรมนครบาล จัดหาสถานที่สร้างพระอาราม เพื่อพระราชทานเป็นเกียรติแก่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าหญิง โสมนัสวัฒนาวดี (คือ สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ในรัชกาลที่ 4) เจ้าพระยายมราชเลือกได้ที่สวนผลไม้ริมกำแพงพระนคร ทางตะวันออกของพระบรมมหาราชวัง เนื้อที่ประมาณ 25 ไร่เศษ เขตติดต่อกับบ้านพระกฤษณุรักษ์ พระรามวิไชย และนางจันทร์ภรรยาหลวงอภัยพิทักษ์ (อยู่) จึงทำแผนที่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายปรากฎว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัย และได้มีพระบรมราชโองการให้เจ้าพระยายมราชทำแบบแปลนสิ่งก่อสร้างในพระอารามขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายอีกครั้งหนึ่ง สิ่งก่อสร้างที่มีพระราชกำหนดครั้งนั้น ได้แก่ พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ โลหะปราสาท และกุฎิสงฆ์ พระอุโบสถ อยู่กลางระหว่างพระวิหารและศาลาการเปรียญ ตั้งขวางตะวันจากเหนือไปใต้ พระวิหาร อยู่ใต้พระอุโบสถ ตั้งตามตะวัน คือจากตะวันออกไปตะวันตก ศาลาการเปรียญ อยู่ทางเหนือของพระอุโบสถ ตั้งยาวตามตะวันเช่นเดียวกับพระวิหารโลหะปราสาท อยู่ข้างพระอุโบสถ ถัดไปทางตะวันตก กุฎิสงฆ์ อยู่ทางตะวันตก ถัดโลหะปราสาทเข้าไป นอกจากนี้ได้แสดงกำแพงและเขื่อนรอบวัด โดยกำหนดให้วัดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีกำแพงอิญ 3 ด้าน ทำเขื่อนไม้ที่เขตด้านใต้ติดกับคลองลัด และที่นอกกำแพงหน้าวัดด้านตะวันออก กำหนดให้ลงเขื่อนไม้ตลอดเขตของวัดตามคันคลองรอบกำแพงพระนคร จากเหนือไปจรดเขื่อนคันคลองเล็กด้านใต้ ตลอดจนตัดถนนผ่านกำแพงพระนครลงคูรอบพระนครด้วย พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพอพระราชหฤทัยในแบบแปลนนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยายมราชกำกับการสร้างพระอุโบสถ พระวิหาร และศาลาการเปรียญ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ กำกับการสร้างโลหะปราสาท และ พระยามหาโยธา กำกับการสร้างกุฎิเสนาสนะ กำแพง เขื่อนรอบวัด ตลอดจนตัดถนนทะลุกำแพงพระนครลงน้ำด้วย ขณะดำเนินการก่อสร้าง พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาเจษฎาบดินทร์ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ในพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถในพุทธศักราช 2389 ต่อมาเมื่อเจ้าพระยายมราชทำพื้นพระอุโบสถและก่อฐานชุกชีเรียบร้อยแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ชักลากพระพุทธรูปจากพระบรมมหาราชวังไปประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ในวันศุกร์ แรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 4 ธันวาคม พุทธศักราช 2389 การชักลากพระครั้งนี้เกิดอุบัติเหตุสำคัญที่น่าสลดใจคือ เจ้าพระยายมราชซึ่งขึ้นไปบัญชางานบนตะเฆ่พลัดตกลงมาถูกตะเฆ่ทับถึงแก่อนิจกรรม ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จสวรรคตในวันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ.2394 ขณะทรงพระประชวรได้ทรงอนุโมทนาพระราชกุศลในส่วนที่สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม งานก่อสร้างส่วนใหญ่ยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ จึงทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยพระอารามที่ยังค้าง โดยเฉพาะพระอารามที่มีสิ่งก่อสร้างใหญ่โต อย่างไรก็ตาม สิ่งก่อสร้างที่จำเป็นในการปฏิบัติกิจของสงฆ์ เป็นอาคารหลักของวัด เช่น พระอุโบสถ พระวิหาร ศาลาการเปรียญ คงจะได้รับการดูแลซ่อมแซมบูรณะให้คงสภาพเพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจต่างๆในการพระศาสนาตามยุคสมัยของผู้ปกครองวัด เว้นแต่โลหะปราสาท ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ประยุกต์มาจากงานสถาปัตยกรรมของลังกาเท่านั้น ที่มิได้รับการก่อสร้างแสริมแต่งเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ต่อเนื่องอย่างจริงจังเป็นเวลานาน ตลอดทั้งยังมิได้นำมาใช้ประโยชน์อีกด้วย จนถึงปี พ.ศ.2506 จึงได้เริ่มฟื้นฟูบูรณปฏิสังขรณ์สำเร็จสมบูรณ์ ปรากฏงามสง่าสมเป็นโลหะปราสาทที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เมื่อ พ.ศ.2515
1. พระอุโบสถ สร้างด้วยอิฐฉาบปูน หลังคามุงกระเบื้องลดหลั่น 3 ชั้น ประดับช้อฟ้า ใบระกา ลักษณะทางสถาปัตยกรรมแสดงเอกลักษณ์ของศิลปกรรมสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ที่มักจะสร้างพระอุโบสถและพระวิหารให้มีขนาดใหญ่ ลักษณะโดยทั่วไปเป็นแบบไทยประเพณี หรือประเพณีนิยม ผังพระอุโบสถเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 28.48 เมตร ยาว 35.24 เมตร อาคารเป็นทรงโรงก่อฝารอบทั้ง 4 ด้าน ส่วนฐานพระอุโบสถยกพื้น 2 ชั้น จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ เป็นแบบไทยประเพณี ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระเสฐตมมุนี ซึ่งเป็นพระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย ศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ 2. พระวิหารเป็นอาคารทรงโรงสูงใหญ่ขนาดใกล้เคียงกับพระอุโบสถ ก่ออิฐถือปูน ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดกว้าง 12.80 เมตร ยาว 23.70 เมตร ยกพื้นสูงขึ้นเล็กน้อย ฐานยกพื้น 2 ชั้น ลักษณะของพระวิหารเป็นอาคารขนาด 3 ห้อง ซุ้มประตู-หน้าต่างปั้นปูนลงรักปิดทองประดับกระจก เรียกว่า ซุ้มแบบฝรั่ง หรือซุ้มแบบตะวันตก ผนังด้านในพระอุโบสถ เขียนลายจิตรกรรมรูปดอกพุดตานในองค์ประกอบทรงพุ่มข้าวบิณฑ์บนพื้นผนังสีดำ ภายในพระวิหารประดิษฐาน พระชุติธรรมนราสพ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทรเป็นพระประธาน 3. ศาลาการเปรียญมีลักษณะเป็นอาคาร 3 ห้อง เช่นเดียวกับพระวิหาร ก่ออิฐถือปูน ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 12.80 เมตร ยาว 23.70 เมตร ยกพื้นขึ้นสูงเล็กน้อย ซุ้มประตู-หน้าต่างปั้นปูนลงรักปิดทองประดับกระจก เรียกว่า ซุ้มแบบฝรั่ง หรือซุ้มแบบตะวันตก ภายในศาลาการเปรียญ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นลายดอกพุดตานก้านแย่งเกี่ยวกันพันเป็นลานต่อเนื่องกันบนพื้นสีส้ม ภายในประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว 4. โลหะปราสาทมีศิลปกรรมแบบไทยประเพณี ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ฐานกว้างด้านละ 23 วา (46 เมตร) เป็นอาคาร 7 ชั้น ลดหลั่นกัน อาคารชั้นที่ 3 และชั้นที่ 5 จะเป็นคูหาและระเบียงรอบ ในชั้นที่ 2 ชั้นที่ 4 ชั้นที่ 6 ทำเป็นคูหาจตุรมุขมียอดเป็นบุษบกชั้นละ 12 ยอด และชั้นที่ 7 เป็นยอดปราสาทจตุรมุขสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ รวมเป็น 37 ยอด การขึ้นสู่โลหะปราสาทแต่ละชั้น มีบันไดวน 67 ขั้น ตั้งอยู่ตรงกลางของอาคาร 5. กำแพงแก้วอยู่ถัดจากกำแพงวัดเข้าไปประมาณ 20 เมตร ผังสี่เหลี่ยม มีศาลารายคร่อมอยู่ที่กำแพงแก้ว 6 หลัง (รวมศาลาซุ้มประตู เป็น 8 หลัง) ตัวกำแพงก่ออิฐถือปูน ประดับไปด้วยเสาผังสี่เหลี่ยมตลอดแนวกำแพง 6. ศาลารายศาลาราย มี 6 หลัง ตั้งอยู่บริเวณมุมกำแพงแก้ว 4 หลัง และตามแนวกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออกอีก 2 หลัง ลักษณะของศาลา เป็นศาลาก่ออิฐถือปูนคร่อมกำแพงแก้ว 7. ซุ้มประตู (กำแพงแก้ว) แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ ซุ้มประตูกำแพงแก้วแบบประเพณี และแบบตะวันตก7/1 ซุ้มประตูทรงพลับพลา ลักษณะอาคารก่ออิฐถือปูน ฐานเป็นฐานบัวลูกฟัก โครงสร้างหลังคาเป็นโครงสร้างแบบจันทัน หลังคาเป็นแบบไทยประกอบด้วยหน้าบันและเครื่องลำยอง 7/2 ซุ้มประตูทรงยอดแหลมแบบมงกุฎ ซุ้มประตูลักษณะนี้ มี 3 ซุ้ม มีลักษณะเป็นซุ้มประตูทรงยอดแหลมแบบยอดมงกุฎ ซุ้มประตูลักษณะนี้เป็นการผสมผสานกันระหว่างรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยกับตะวันตก7/3 ซุ้มประตูแบบตะวันตก ซุ้มประตูแบบตะวันตก มีลักษณะก่ออิฐถือปูน ด้านบนเป็นซุ้มโค้ง เหนือขึ้นไปเป็นหลังคาปูนปั้นเหลี่ยม เอนลาดเป็นแนวโค้งเข้าสู่ศูนย์กลาง ลักษณะทรงปิรามิดหรือทรงซุ้มหรือทรงกระโจม ซุ้มประตูลักษณะนี้มีอยู่ 4 ซุ้ม 8. กำแพงแบบปราการกำแพงแบบปราการ คือ กำแพงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกำแพงเมือง โดยเป็นกำแพงค่อนข้างหนา มีเสมาเหลี่ยม (หรือลูกป้อม) อยู่ด้านบน บนเสมาเหลี่ยมมีลวดลายปูนปั้นเป็นรูปจักรประดับอยู่ 9. ซุ้มประตู (กำแพงวัด)9/1 ซุ้มประตูแบบตะวันตกผสมศิลปะไทยและจีน ซุ้มประตูมีลักษณะเป็นซุ้มทรงปิรามิดหรือทรงซุ้มหรือทรงกระโจมหรือยอดเกี้ยว (แบบจีน) หลังคาปูนปั้นเหลี่ยมคล้ายลอนกระเบื้องหลังคา ยอดซุ้มเป็นปูนปั้นรูปดอกบัวตูม สองข้างของซุ้มประตูทำเป็นอาคารหลอก (ก่ออิฐถือปูนตัน) โดยลักษณะเป็นอาคารผังสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีเสารองรับหน้าจั่วที่เป็นหลังคา หน้าจั่วประดับและหน้าบันประดับลวดลายพรรณพฤกษา 9/2 ซุ้มประตูแบบตะวันตก ลักษณะคล้ายคลึงกับซุ้มประตูแบบตะวันตกของกำแพงแก้ว แต่มีลักษณะการประดับตกแต่งยอดซุ้มที่แตกต่างกันออกไป มีลักษณะก่ออิฐถือปูน ด้านบนเป็นซุ้มโค้ง เหนือขึ้นไปเป็นหลังคาปูนปั้นเหลี่ยม ลักษณะโดยรวมเป็นทรงปิรามิดหรือทรงซุ้มหรือทรงกระโจม 9/3 ซุ้มประตูแบบปราการ ซุ้มประตูลักษณะนี้ พบอยู่ 3 ซุ้มมีลักษณะเป็นช่องประตูสี่เหลี่ยม ประดับเสมาเหลี่ยมหรือลูกป้อม ประดับปูนปั้นลายกงจักร 10. ศาลายกศาลายก 2 หลัง ตั้งอยู่บนกำแพงหน้าวัด (ด้านทิศตะวันออก) มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบไทย เป็นศาลาโถง ใต้ถุนสูง ก่อเป็นช่องวงโค้งระบายอากาศ ส่วนชั้นบนเป็นชานระเบียงเดินได้โดยรอบ 11. หอระฆังอาคารทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 ชั้น ก่ออิฐถือปูน กรอบประตูหน้าต่างทำเป็นกรอบโค้ง ช่างทำเป็นห้องทึบ ชั้นบนเป็นหอระฆัง มีทางเดินโดยรอบ ส่วนตัวหอระฆังประดับปูนปั้นลวดลายดอกไม้และพรรณพฤกษาคล้ายศิลปกรรมแบบจีน 12. หอไตรเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงไทย 2 ชั้น ตัวห้องหอไตรมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศเหนือ ฐานอาคารเป็นชุดฐานสิงห์ ซุ้มประตูหน้าต่าง ลักษณะปั้นปูนปิดทอง (ทาสีทอง) เป็นซุ้มแบบฝรั่งลวดลายดอกไม้แบบจีน 13.วิหารเก๋ง เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น สถาปัตยกรรมเลียนแบบมาจากสถาปัตยกรรมจีน ชั้นล่างเป็นอาคารทึบ กำแพงหนา ประตูเป็นวงโค้ง ภายในมีบันไดขึ้นสู่ชั้น 2 ที่มีลักษณะเป็นเก๋งจีน ก่ออิฐถือปูน มีชายคา 14. เขาพระพุทธฉายมีลักษณะเป็นปูนปั้นนูนสูงและทาสี ทำเป็นรูปพระพุทธองค์และพระสาวก โดยด้านหลังพระพุทธฉายเป็นเขามอ ส่วนด้านหน้า (ด้านทิศตะวันออก) ของพระพุทธฉาย ทำเป็นยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีบันไดทางขึ้นด้านซ้ายและขวา บนยกพื้นยังมีสิ่งก่อสร้างอีก 2 หลัง คือ อาคารทรงสูงที่อยู่ทางด้านหน้าสุด ของยกพื้นที่ โดยอาคารหลังนี้เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านบนประดิษฐานเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงเครื่องย่อมุม ระหว่างพระพุทธฉายและเจดีย์ทรงปราสาท มีเจดีย์อีก 1 องค์ มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ก่ออิฐถือปูน โดยฐานมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง 15.เจดีย์เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนขนาดเล็ก ตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของโลหะปราสาท นอกกำแพงแก้ว มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆัง ตั้งอยู่บนฐานบัวรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 16.บ่อน้ำ บ่อน้ำมีอยู่ 2 บ่อ บ่อมีลักษณะเป็นบ่อน้ำรูปวงรี ผนังบ่อด้านบนก่ออิฐฉาบปูน ส่วนผนังบ่อด้านล่างเป็นผนังก่ออิฐ ไม่ได้ฉาบปูน รอบปากบ่อน้ำมีกำแพงหรือรั้วเตี้ยๆ ก่ออิฐถือปูน 17. กุฏิคณะ 1ภายในคณะ 1 นอกจากจะมีหอไตรและหอสวดมนต์แล้ว ยังมีอาคารกุฏิอีก 5 หลัง 18. หอสวดมนต์หอสวดมนต์ ลักษณะอาคารเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกพื้นสูงเล็กน้อย ยกพื้นชั้นล่างก่อเป็นผนังทึบ ภายในหอสวดมนต์มีตู้พระไตรปิฎก ลงรักปิดทอง 2 หลัง 19. กุฏิคณะ 2ภายในคณะ 2 อาจใช้ทางเดินตรงกลางภายในคณะแบ่งอาคารออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ กุฏิฝั่งทิศตะวันออกและฝั่งทิศตะวันตก กุฏิฝั่งทิศตะวันออก ประกอบไปด้วยอาคารยาว 2 หลัง กุฏิฝั่งทิศตะวันตก เป็นอาคารหมู่ 4 หลัง อาคารตรงกลางของกุฏิฝั่งตะวันตก มีลักษณะเป็นอาคารยกพื้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนทึบ เจาะช่องระบายอากาศ ตัวอาคารเป็นศาลาโถง พื้นไม้ เสาก่ออิฐถือปูน 20. กุฏิคณะ 3หมู่กุฏิคณะ 3 อาจใช้ทางเดินตรงกลางภายในคณะแบ่งอาคารออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ กุฏิฝั่งทิศตะวันออกและฝั่งทิศตะวันตก กุฏิฝั่งทิศตะวันออก ประกอบไปด้วยอาคารยาว 2 หลัง แบ่งออกจากกันโดยช่องประตูของคณะ อาคารทั้ง 2 หลัง ส่วนกุฏิฝั่งทิศตะวันตก ประกอบไปด้วยอาคาร 4 หลัง 21. กุฏิคณะ 4ภายในคณะ 4 อาจใช้ทางเดินตรงกลางภายในคณะแบ่งอาคารออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ กุฏิฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ลักษณะโดยรวมคล้ายคลึงกับกุฏิคณะ 3 กุฏิฝั่งทิศตะวันออก ประกอบไปด้วยอาคารยาว 2 หลัง ส่วนกุฏิฝั่งทิศตะวันตก ประกอบไปด้วยอาคาร 4 หลัง อาคารตรงกลางของกุฏิฝั่งตะวันตก มีลักษณะเป็นอาคารยกพื้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนทึบ เจาะช่องระบายอากาศ ตัวอาคารก่อผนังทึบ 22. กุฏิคณะ 5กุฏิคณะ 5 ประกอบไปด้วยอาคาร 5 หลัง โดยเป็นอาคารกุฏิ 4 หลัง และอาคารห้องสมุดอีก 1 หลัง อาคารกุฏิ 3 หลัง แบ่งเป็นกุฏิหลังด้านทิศเหนือ 1 หลัง กุฏิหลังด้านทิศตะวันตก 1 หลัง และกุฏิหลังด้านทิศใต้ 1 หลัง (ในอดีตแบ่งออกเป็น 2 หลัง แต่ปัจจุบันได้มีการต่อเติมอาคาร และรวมกุฏิ 2 หลังเข้าด้วยกัน) ลักษณะอาคารกุฏิโดยทั่วไปเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว ยกพื้นสูง ชั้นล่างก่อผนังทึบ ตัวอาคารก่อผนังทึบเช่นเดียวกัน อาคารทุกหลังมีระเบียงด้านหน้า เสาสี่เหลี่ยมบริเวณระเบียงรองรับชายคา หลังคาเป็นหลังคาจั่วปีกนก มีปูนปั้นประดับที่มุมชายคาและชายจั่ว 23. ห้องสมุดอาคารห้องสมุดอยู่ภายในคณะ 5 มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ชั้นล่างมีประตูทางเข้า 2 ช่อง ที่ด้านหน้าฝั่งซ้ายและขวา มีการเจาะช่องหน้าต่างทุกด้าน ยกเว้นด้านหน้า ชั้นบนของอาคารห้องสมุด ผนังแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ผนังส่วนล่าง ก่ออิฐถือปูนกรุด้วยกระเปื้องปรุเคลือบเขียวแบบจีน ส่วนผนังด้านบนใส่บานหน้าต่างไม้และกระจกทุกด้าน 24. กุฏิคณะ 8 กุฏิคณะ 8 หรือกุฏิเฉลิมพระเกียรติ ประกอบไปด้วยอาคาร 3 หลัง เรียงเป็นระนาบตามทิศเหนือ-ใต้ อาคารหลังกลางเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะศาลาโถง ยกพื้นเล็กน้อย หลังคาจั่วปีกนก มุงกระเบื้องลอน ส่วนอาคารหลังด้านทิศเหนือและใต้เป็นอาคาร ค.ส.ล. 2 ชั้น ทรงไทยประยุกต์ มีระเบียงทั้งชั้น 1 และชั้น 2
ปัจจุบันสิ่งก่อสร้างต่างๆภายในวัดราชนัดดารามวรวิหาร ทั้งในเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส มีสภาพค่อนข้างแข็งแรงสมบูรณ์ดี เนื่องจากมีการบูรณปฏิสังขรณ์อยู่สม่ำเสมอจนกระทั่งปัจจุบัน แต่ก็พบว่ามีอาคารโบราณสถานบางส่วน เสื่อมสภาพจากสิ่งแวดล้อม เช่น จิตรกรรมฝาผนังภายในศาลาการเปรียญ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำฝนและความชื้น เป็นต้น นอกจากนี้ เนื่องจากพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของวัด เป็นพื้นที่ค้าขายสิ่งของทางศาสนา รวมทั้งร้านเช่าวัตถุมงคล ที่มีสภาพแออัดและพลุกพล่าน ทำให้ทัศนวิสัยบริเวณนี้ไม่ดี และส่งผลกระทบต่อโบราณสถานบางแห่งที่อยู่ใกล้เคียงโดยเฉพาะเขาพระพุทธฉาย นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานบางแห่งที่แม้ว่ามีโครงสร้างแข็งแรง แต่ก็เริ่มได้รับการรุกล้ำและต่อเติม เช่น กุฏิ และบ่อน้ำ
This monument falls inside Bangkok · Historic Core, one of two generated Minecraft worlds, so it has a block coordinate as well as a geographic one.
/tp 2738 -50 1248
Download the world ↗ · one of 105 register monuments standing in it.
Straight-line distance between recorded positions. Only the 311 pinned entries can appear here; the unpinned ones may well be closer.
กรมศิลปากร [Fine Arts Department]. วัดราชนัดดาราม (register id fad-39). ข้อมูลบัญชีตำแหน่งโบราณสถาน [Data set], retrieved 2026-08-10. Relocated and published by BKKx. https://bkk.nonarkara.org/heritage/fad-39141 entries sit in พระนคร · back to the register, mapped · every dataset behind this page